รายได้ไม่เท่ากันจะหารค่าใช้จ่ายยังไง
ห้าสิบห้าสิบเลิกเป็นธรรมทันทีที่รายได้ฝ่ายหนึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของอีกฝ่าย นี่คือสองวิธีตามสัดส่วนที่ครอบครัวใช้กันจริง คำนวณให้ดูจนจบ
ใบแจ้งค่าเช่าไม่รู้ว่าคนหนึ่งในสองคนหาได้ครึ่งหนึ่งของอีกคน มันขอตัวเลขเดียว และในวินาทีที่คุณหารมันครึ่งหนึ่ง ตัวเลขนั้นก็กลายเป็นสองความหมายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง คือความรำคาญสำหรับคนหนึ่ง และเหตุผลที่อีกคนเลิกซื้อข้าวกลางวัน
นี่ไม่ใช่การเถียงกันเรื่องความใจกว้าง มันคือความไม่ลงรอยทางคณิตศาสตร์ — ตัวเงิน ถูกหารเท่ากันในขณะที่ ผลกระทบ ต่างกันอย่างรุนแรง วิธีแก้ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วมีสองแบบ ทั้งคู่เรียบง่าย และ การเลือกระหว่างสองแบบสำคัญน้อยกว่าการตกลงกันดัง ๆ ให้ได้สักแบบมาก
ทำไมการหารเท่ากันถึงพัง
สมมติค่าใช้จ่ายร่วมเดือนละ 72,000 บาท หารครึ่งได้คนละ 36,000 บาท
สำหรับคนที่รับสุทธิ 144,000 บาท เงิน 36,000 บาทคือหนึ่งในสี่ของเดือน สำหรับคนที่รับ 96,000 บาท เงิน 36,000 บาทเท่ากันนั้นคือมากกว่าหนึ่งในสาม และหนึ่งในสามนั้นถูกเฉือนออกจากจำนวนที่เล็กกว่ามาตั้งแต่ต้น หลังหักค่าใช้จ่ายร่วม คนหนึ่งเหลือ 108,000 บาท อีกคนเหลือ 60,000 บาท ช่องว่างระหว่างคุณสองคนไม่ใช่แค่ยังอยู่ ค่าเช่ายังถ่างมันให้กว้างขึ้นด้วย
ปัญหาทั้งหมดอยู่ตรงนี้ และเพราะแบบนี้ทางแก้จึงเป็นเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่การอุดหนุน
วิธีที่ 1 — หารตามสัดส่วนรายได้
บวกรายได้สุทธิสองฝ่าย หาสัดส่วนของแต่ละคนในผลรวม แล้วนำเปอร์เซ็นต์นั้นไปใช้กับค่าใช้จ่ายร่วม
| คน ก | คน ข | |
|---|---|---|
| รายได้สุทธิต่อเดือน | 96,000 บาท | 144,000 บาท |
| สัดส่วนใน 240,000 บาททั้งหมด | 40% | 60% |
| จากค่าใช้จ่ายร่วม 72,000 บาท | 28,800 บาท | 43,200 บาท |
| เหลือหลังจากนั้น | 67,200 บาท | 100,800 บาท |
เทียบกับคนละ 36,000 บาท ก จ่ายน้อยลง 7,200 บาท และ ข จ่ายมากขึ้น 7,200 บาท และเงินที่เหลือของแต่ละคนตอนนี้อยู่ในอัตราส่วนเดียวกับที่แต่ละคนหาได้ ไม่มีใครถูกอุดหนุน ทั้งคู่ออกใน สัดส่วน เดียวกัน
ใช้รายได้สุทธิ ไม่ใช่ยอดก่อนหัก เพราะยอดก่อนหักเป็นตัวเลขที่คุณทั้งคู่ไม่เคยเห็น ถ้ารายได้ไม่แน่นอนให้ใช้ตัวเลขที่นิ่ง ค่าเฉลี่ยสิบสองเดือนที่ทบทวนปีละครั้งดีกว่าการเจรจากันใหม่ทุกครั้งที่ได้คอมมิชชัน
วิธีที่ 2 — หารตามเงินที่เหลือจริง
สัดส่วนรายได้ถือว่าภาระของทั้งสองฝ่ายเหมือนกัน ซึ่งบ่อยครั้งไม่ใช่ คนหนึ่งอาจกำลังผ่อนหนี้การศึกษา ดูแลพ่อแม่ หรือจ่ายเดือนละ 16,000 บาทเพื่อไปถึงที่ทำงานที่อีกคนเดินไปได้ วิธีเงินคงเหลือหักส่วนนั้นออกก่อน
สมมติ ก มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เลี่ยงไม่ได้เดือนละ 16,000 บาท และ ข มี 8,000 บาท
| คน ก | คน ข | |
|---|---|---|
| รายได้สุทธิ | 96,000 บาท | 144,000 บาท |
| ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เลี่ยงไม่ได้ | 16,000 บาท | 8,000 บาท |
| เงินที่ใช้ได้ | 80,000 บาท | 136,000 บาท |
| สัดส่วนใน 216,000 บาทที่ใช้ได้ | 37.0% | 63.0% |
| จากค่าใช้จ่ายร่วม 72,000 บาท | 26,667 บาท | 45,333 บาท |
มันเป็นธรรมกว่าและงานมากกว่า เพราะตอนนี้คำว่า «เลี่ยงไม่ได้» ต้องถูกนิยามโดยสองคนที่อาจเห็นไม่ตรงกันเรื่องรถ เก็บรายการให้สั้นและน่าเบื่อไว้ — หนี้ คนที่ต้องดูแล การไปถึงที่ทำงาน — แล้วมันจะยังใช้ได้ ใส่ค่าสมาชิกฟิตเนสลงไปเมื่อไร คุณก็ประดิษฐ์การทะเลาะรายเดือนขึ้นมาแล้ว
อะไรที่ยังหารเท่ากัน
การหารตามสัดส่วนมีไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่มาถึงไม่ว่าเดือนนั้นจะดีหรือไม่ ได้แก่ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ของกิน ประกัน แพ็กเกจมือถือที่ใช้ร่วมกัน มันไม่ใช่ทฤษฎีทั่วไปเรื่องเงิน
ค่าใช้จ่ายตามใจที่แต่ละคนเลือกเองเป็นคนละหมวดและมักหารเท่ากันต่อไป คอร์สอาหารที่คนหนึ่งจอง ของขวัญวันเกิดที่ให้ด้วยกัน ของเสริมในทริป — การหารพวกนี้เท่ากัน ทำให้กฎสัดส่วนอยู่ในที่ของมัน บ้านที่เอาเปอร์เซ็นต์ไปใช้กับทุกอย่างจริง ๆ มักทิ้งทั้งระบบภายในไม่กี่เดือน
มีสองเรื่องที่ควรตกลงก่อนเริ่ม เพราะมันสร้างปัญหามากกว่าตัวเลข การออกเงินไม่ใช่ความเป็นเจ้าของ — ถ้าคนหนึ่งจ่ายค่าโซฟา 60% ให้ตัดสินแยกต่างหากว่าโซฟา 60% เป็นของเขาหรือไม่ ดีกว่าไปค้นพบข้อสมมตินี้กลางวงทะเลาะ และ เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่กระดานคะแนน มันมีอยู่เพื่อให้เรื่องนี้เลิกโผล่ขึ้นมาซ้ำ ๆ
Donget เข้ามาตรงไหน
ทั้งสองวิธีคืออัตราส่วนคงที่ที่ใช้กับชุดค่าใช้จ่ายที่เกิดซ้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่วิธีแบ่งมีไว้พอดี ใส่ค่าเช่าผ่าน เพิ่มค่าใช้จ่าย เลือก เปอร์เซ็นต์ แล้วกรอก 40 กับ 60 — หรือ ตัวคูณ ถ้าคุณถนัดคิดเป็นส่วนมากกว่า ซึ่งง่ายกว่าเมื่อมีสามคน ทุกรายการหลังจากนั้นจะคงการแบ่งเดิมไว้โดยไม่มีใครต้องคิดใหม่
แล้วแท็บ ยอดคงเหลือ ก็แสดงสิ่งที่เป็นจริงตอนสิ้นเดือน ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น คือใครออกเกินส่วนของตัวเองและเกินเท่าไร เคลียร์ยอด ครั้งเดียวปิดมันด้วยการโอนน้อยที่สุด บ้านที่ใช้สัดส่วนจึงไม่ต้องโอนเงินก้อนเล็กสัปดาห์ละสี่ครั้ง ถ้าเปอร์เซ็นต์ต้องเปลี่ยน ก็เปลี่ยนที่รายการถัดไป ประวัติเดิมยังคงเดิม
ถ้านี่คือคำถามที่กำลังเกิดขึ้นจริง มีอีกสองเรื่องที่เกี่ยวข้อง เมื่อคนหนึ่งจ่ายทุกอย่าง และ การย้ายมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งมักเป็นตอนที่เรื่องนี้โผล่ขึ้นมาครั้งแรก
คำถามที่พบบ่อย
คู่รักที่รายได้ต่างกันควรหารครึ่งไหม
การหารเท่ากันหารตัวเงิน ไม่ได้หารภาระ เมื่อรายได้ฝ่ายหนึ่งสูงกว่ามาก ตัวเลขเดียวกันคือรอยขีดข่วนสำหรับคนหนึ่งและครึ่งเดือนสำหรับอีกคน นี่คือเหตุผลที่หลายบ้านเปลี่ยนไปใช้สัดส่วนกับค่าใช้จ่ายประจำ
คำนวณสัดส่วนยังไง
บวกรายได้สุทธิสองฝ่าย เอารายได้ของแต่ละคนหารด้วยผลรวมนั้น แล้วนำเปอร์เซ็นต์ที่ได้ไปใช้กับค่าใช้จ่ายร่วม รายได้ 96,000 บาทกับ 144,000 บาทได้ 40% กับ 60%
วิธีรายได้คงเหลือคืออะไร
หักค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เลี่ยงไม่ได้ของแต่ละคนออกก่อน — หนี้ ค่าเดินทางไปทำงาน คนที่ต้องดูแล — แล้วค่อยคิดเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สัดส่วนสะท้อนเงินที่แต่ละคนมีจริง
หารตามสัดส่วนแปลว่าคนหนึ่งเป็นเจ้าของมากกว่าหรือเปล่า
ไม่ใช่ และควรพูดออกมาดัง ๆ ก่อนเริ่ม การออกเงินกับความเป็นเจ้าของเป็นคนละคำถาม ตัดสินข้อที่สองให้ชัด อย่าปล่อยให้เปอร์เซ็นต์ตอบแทน
ค่าใช้จ่ายไหนควรหารครึ่งต่อไป
สิ่งที่แต่ละคนเลือกเอง เช่นร้านอาหาร ของขวัญที่อยากให้ด้วยกัน ของเสริมในทริป การหารตามสัดส่วนมุ่งไปที่ค่าใช้จ่ายประจำที่มาถึงไม่ว่าเดือนนั้นจะดีหรือไม่
ควรคิดเปอร์เซ็นต์ใหม่บ่อยแค่ไหน
เมื่อรายได้เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ นอกนั้นปีละครั้ง การคิดใหม่ทุกเดือนเปลี่ยนข้อตกลงในบ้านให้กลายเป็นการตรวจสอบบัญชี
สรุป
ถ้าอยากได้อะไรที่คิดจบในสิบวินาทีให้เลือกสัดส่วนรายได้ ถ้าภาระประจำของสองคนต่างกันมากให้เลือกวิธีเงินคงเหลือ นำไปใช้กับบิลที่มาถึงเอง ปล่อยเงินสนุกไว้ให้หารเท่ากัน แล้วจดเปอร์เซ็นต์ไว้ในที่ที่ทั้งคู่มองเห็น
ดาวน์โหลด Donget ฟรี แล้วปล่อยให้เปอร์เซ็นต์คิดเลขให้ทุกเดือนแทนคุณสองคน